-----------------------------
 
แมว... สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม...
 
ที่สืบเชื้อสายตระกุลจากเสือ...
 
มันมีทั้งเขี้ยวและเล็บอันแหลมคม ที่สามารถหดซ่อนเล็บได้เช่นเดียวกับตระกุลของมัน...
 
ไหวพริบของพวกมัน... ยังเหนือธรรมชาติยิ่งกว่าเผ่าพันธุ์อื่นใด...
 
และพวกมัน... ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการนำโชค...
 
ทุกคน... ต่างเชิดชูและลุ่มหลงพวกมันราวอย่างกับเทพ...
 
แต่ทว่า...
 
พวกมัน... ก็เป็นตัวแทนสัญลักษณ์แห่งความหายนะ...
 
ในคราวเดียวกัน...
 
 
---- 民 話 町 の 福 ----
 
 

Chapter 3 : "แมว"
 
เวลาเที่ยงวันของวันๆหนึ่ง...
 
บนถนนทางเดินของซอยหมู่บ้านที่ไหนซักแห่งในเมืองมินวะ.. ซึ่งดูจะไร้ผู้คนในเวลานั้น แต่ยังมีสองหนุ่มที่หนุ่มนึงเป็นชายธรรมดาๆในชุดเรียบร้อยกับหนุ่มหูแมวหน้าบึ่งตึงในชุดสีสด? กำลังเดินอยู่บนถนนสายนั้นอย่างช้าๆ
 
"นี่... ขอถามอะไรหน่อยสิ?" ชายหนุ่มร่างสูงผมสั้นดำผู้มาใหม่ที่ชื่ออิกกิเริ่มพูดเปิดคำถามชายร่างเล็กในชุดสีส้มแสบตาและมีหูแมวสีดำดูน่ารักน่าชัง
 
"ทำไมเมืองนี้.. ถึงเป็นจุดศูนย์รวมของโยวไคล่ะ?..."
 
"..." แต่เค้ากลับไม่ตอบอะไรเลย..
 
"... แล้วๆ โยวไคที่นี้.. มีจำพวกอะไรบ้างน่ะ?"
 
"..."
 
"... แล้วๆ ทำไมเส้นทางของเมืองนี้ถึงสลับซับซ้อนล่ะ?"
 
"..."
 
"... แล้วๆ ..." ไม่ทันที่เขาจะได้ถาม.. จู่ๆ ความอดทนของชายหนุ่มหูแมวก็เกินขีดจำกัดที่จะรับ.. มันก็เลยระเบิดใส่ไฟเป็นชุด...
 
"หนวกหูเฟ้ย!! เล่นถามมาอยู่ได้!! ถ้านายอยากรู้นัก.. ทำไมไม่ไปถามยุนซังก่อนหน้านี้ละฟะ!!"
 
"เหวอ!! กะ ก็.. คุณฟุยุนบอกว่าให้.. ยูชุคุง ช..ช่วยเป็นไกด์ให้นี่ครับ?" เขาพยายามจะพูดแต่ก็ลนลานพลางพูดอ้ำๆ อึ้งๆ พอดูเลย
 
"ชิ ... ก็ได้ฟะ..." ชายหูแมวที่ได้ฟังคำปากจากเขา.. ก็ถึงกลับทำหน้าเชิดใส่ทันที ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องที่ถามมาให้ฟังพร้อมเดินไปพลางๆ
 
"เมืองมินวะนั้นน่ะ.. เริ่มก่อตั้งในสมัยเซ็นโกกุ ช่วงหลังสงครามโอนินจบลง... ทั้งเหล่ามนุษย์และเหล่าโยวไคที่ยังเหลือรอดอยู่จากสงครามก็ต่างมารวมตัวปักหลักและตั้งถิ่นฐานอย่างลับๆกันที่นี้เพื่อหนีภัยจากสงคราม จนเข้ายุคสมัยเอโดะก็เริ่มใช้ชื่อนี้อย่างเป็นทางการ แต่ก็ยังปิดกลั่นจากโลกภายนอกอยู่..." เขาพยักหน้าเล็กน้อยเหมือนเข้าใจเรื่องที่พูด
 
"โยวไคที่ปรากฏที่นี้ถูกแบ่งเป็นสิบเอ็ดเผ่า.. ซึ่งจะมี ยูวเรย์, โยวเซย์, โยวจูว, เทนกุ, คัปปะ, โอนิ, คิวเคทสึคิ, มาโฮวทสึไค, จูวจิน, เซนนินและโยวไคที่เคยได้ยินมา.. และรวมกับพวกที่อยู่ในบันทึกประวัติอีกหกเผ่า โบวเรย์, เทนนิน, ชินิงามิ, เอนมะ, ริวและยาโอโยโรซึโนะคามิ ก็ครบสิบเจ็ดเผ่า.. และอย่างฉันเขาเรียกกันว่าจูวจิน... แล้วที่นายถามเมื่อกี้ว่า.. ทำไมเส้นทางของเมืองนี้ถึงซับซ้อน?..."
 
อิกกิยืนรอฟังคำที่ทิ้งท้ายอย่างใจจดใจจ่อ.. ก่อนชายหูแมวที่ชื่อยูชุจะยื่นกระดาษเปล่า ขนาดคล้ายๆ ผ้ายันต์ที่เหมือนกับที่เคยได้จากยูคาริ..
 
"นั้นมัน!?..." อิกกิถึงกับเอะใจนิดๆ เมื่อเห็นกระดาษยันต์แผ่นนั้นในมือของยูชุ
 
"คำสาปหอยทาก..."
 
"คะ คำสาปหอยทากหรอ?..." เขาพูดทวนอีกที เพราะเหมือนยังไม่เข้าใจ..
 
"ถ้าเขียนคันจิของคำว่า 'หอยทาก' จะต้องใส่คำว่า 'วัว' เข้าไปด้วย.. จึงอาจจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า.. 'แม่วัวหลงทาง' นั้นเอง" ยูชุพูดอธิบายดูเป็นหลักการมากขึ้น.. แต่มันก็ยังทำให้อิกกิยืนมึนๆ เหมือนจะยิ่งไม่เข้าใจใหญ่
 
"... จะพูดให้เข้าใจง่ายๆนะ.. สาเหตุที่นายหลงทางก็เพราะ.. นายถูกพวกผีสิงเข้านั้นแหละ"
 
"ผะ ผีสิงฉัน!!?" เขาตกใจอย่างบอกไม่ถูกว่า.. มันจะเป็นไปได้อย่างไง!?
 
"ไม่ต้องตกใจไปหรอก.. ผีพวกนั้นไม่สร้างปัญหาอะไรมากมายเหมือนพวกอื่นๆหรอกน่ะ..." ยูชุพูด
 
"งะ งั้นฉัน.. ไปโดนสิงมาได้อย่างไง!!? และมันเกี่ยวข้องอะไรกับคำสาปหอยทาก!!?"
 
"นายอาจจะไปสบตากับพวกมันที่ไหนสักแห่ง.. หรือไม่ก็โดนส่งต่อจากคนที่ถูกสิงอยู่ก่อนนี้แล้วก็ได้มั่ง... ส่วนคำสาปหอยทาก.. (คาตาสึมุริ โนโรอิ) ก็คือชื่อของวิญญาณเร่ร่อนพวกนั้นเองแหละ"
 
เมื่ออิกกิได้ฟังคำเล่าจากยูชุ ก็พำนึกคิดถึงเรื่องราวเมื่อวานที่ตนเองไปทำอะไรอย่างไงไว้ ถึงได้โดนพวกผีเข้าสิง แต่ยูชุดันพูดตัดออกมา
 
"ช่างมันเหอะน่ะ.. รีบๆเดินกันซักที อย่างมั่วเสียเวลากับเรื่องไร้สาระพวกนี้เลย ฉันน่ะเริ่มเบื่อแล้วด้วย..."
 
"ตะ แต่ว่า.. ถ้าเราถูกสิงอีกล่ะ จะทำอย่างไงล่ะ?"
 
ยูชุถึงกับถอนหายใจซักเฮือกใหญ่.. เพราะเบื่อหน่ายกับที่จะตอบคำถามชายหนุ่มบื้อๆวัย 25 ปีคนนี้แล้ว
 
"... ก่อนจะมาที่นี้ พี่ยูคาริเคยให้กระดาษแบบนี้มาหรือป่าวล่ะ?"
 
"อะ เออ.. เคยให้มา... แต่ไม่ได้เอาติดตัวมาน่ะ..."
 
ยูชุถึงกับทำหน้าเซ็งๆ และเอือมระอากับชายแสนซื่อบื้อคนนี้ ก่อนจะบอกอะไรดีๆให้กับผู้ชายบื้อๆได้รับฟัง
 
"... นายนี่มันโครดกระบือเลย... ฉันจะบอกอะไรดีๆให้อย่าง... ไอ้กระดาษแผ่นที่ชั้นถืออยู่เนี่ย.. มันคือ 'ยันต์ดูดคำสาป' จะมีคำเขียนด้วยหมึกน้ำที่ทำให้มองไม่เห็นไว้ว่า 'โชค' เอาไว้ใช้สำหรับป้องกันคำสาปจากพวกวิญญาณเร่ร่อนในเมืองนี้... มันจะคล้ายๆกับเครื่องรางแบบเดียวกับพวกนายพกกันนั้นแหละ... แต่สำหรับนายที่ลืมเอามา มันก็สมควรแล้วล่ะ.. ที่โดนเจ้าพวกหอยทากเล่นงานเอาน่ะ..."
 
อิกกิถึงกับพูดอะไรไม่ออก.. เพราะเขาดันไม่ได้เอามาจริงๆ จึงสมควรที่จะถูกยูชุว่าเอา...
 
"เอาเถอะๆ.. รีบเดินกันซักที นี่ก็จะบ่ายแล้วเดี๋ยวจะไม่ทันสัมสัมภาษณ์..."
 
"อะ อือ..."
 
พอจบสนทนา อิกกิกับยูชุก็เริ่มเดินออกจากซอยหมู่บ้านโดยที่ไม่เอ่ยปากคุยอะไรกันเลย.. จนทั้งสองมาอยู่หน้าสถานที่นึง ที่เหมือนว่าจะเป็นจุดหมายของเขาทั้งสอง... และสถานที่ที่อยู่เบื้องหน้าของทั้งสองก็คือสถานศึกษา 'โรงเรียนมัธยมโทวโฮวฮะ'
 
"โอ้โห~ กว้างจังแหะ..." อิกกิถึงกับทึ่งในความใหญ่โตของโรงเรียนมัธยม เลยปล่อยให้เจ้าหง่าวหน้าตาบึ้งตึงเดินนำหน้าไปก่อน
 
"อย่ามามัวโอ้เอ้.. เดินตามมาซักทีเถอะ" ยูชุหันกับมาว่าใส่
 
"คะ ครับ ครับ.."
 
ทั้งสองเดินเข้ามาภายในตัวโรงเรียน ซึ่งภายในนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับโรงเรียนอื่นๆนัก.. แต่เพราะด้วยความกว้างของเนื้อที่ของโรงเรียน ที่นี้จึงมีห้องต่างๆมากมายกว่าโรงเรียนอื่น... อิกกิมองดูรอบๆภายในของโรงเรียนขณะเดินตามยูชุไปพลางๆ บนทางเดิน
 
"ที่นี้.. กว้างกว่าที่มองจากข้างนอกอีกแหะ" อิกกิพำนึกในใจ
 
"ถึงแล้ว.."
 
แล้วทั้งสองหยุดเดินตรงหน้าห้องที่เขียนป้ายไว้ว่า 'ห้องผู้อำนวยการ' ก่อนที่ยูชุจะหันมาพูดกับอิกกิ
 
"ฉันจะรออยู่ที่หน้าประตูอาคารละกัน.. ถ้าเสร็จแล้วก็รีบออกมา อย่ามั่วโอ้เอ้ชักช้าซะล่ะ..."
 
"อะ อือ ขอบคุณนะ... เออ..." อิกกิมองยูชุทีนึง ก่อนจะเอ่ยอะไรสั้นๆ
 
"จะว่าไปแล้ว.. นายก็เป็นคนดีเหมือนกันนี่นะ.. ถึงจะเจ้าอารมณ์นิดหน่อย แต่แบบนี้.. ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ"
 
แค่เพียงคำพูดของอิกกิแค่นั้น.. ยูชุจากหน้าตาบึ่งๆ ถึงกับแดงก่ำทันที
 
"พะ พูดอะไรของนายน่ะ!!? น่าขยะแขยง!!?... ระ รีบๆเข้าไปเลย!! ไอ้เกย์!!"
 
"กะ กะ เกย์หรอ!!? นี่! หาว่าฉันเป็นเกย์งั้นหรอ!!?"
 
"ก็ใช่น่ะเซ่ะ!! แสดงว่าที่ผ่านมา.. นายมองฉันด้วยสายตาหื่นๆ ตลอดเลยสินะ!!"
 
"มะ ไม่ใช่แล้ว!! ฉันไม่ใช่พวกชอบไม้ป่าเดียวกันนะ!!" อิกกิพยายามจะพูดปัดแก้ตัวเอง.. แต่ยูชุกลับไม่ยอมเชื่อ
 
"แล้วที่พูดมาเมื่อกี้!! มันหมายความว่าไงฟะ!!" ยูชุชี้หน้าที่อิกกิ เหมือนยำถามเหตุผล
 
"ฉันแค่ชมนายเท่านั้นเองน่ะ!!" อิกกิตอบกลับ
 
"ขะ ขี้ฮก!! จริงๆอยากจะแอ้มฉันสิน่ะ!!"
 
"มะ มะ.. ไม่ใช่อย่างงั้นนะ!! เข้าใจผิดแล้ว!! ฉันไม่ได้จะแอ้มนายนะ!!"
 
"ไอ้เกย์!! ไอ้โรคจิต!! ไอ้วิปริต!! ไอ้ภัยคุกคามทางเพศ!! ไอ้ๆ... !!"
 
ยูชุจัดด่าเป็นชุดๆ ไม่ให้อิกกิมีหวังได้พูดเอ่ยอะไรเลยสักคำ.. จนอิกกิอดทนไม่ไว้ ก็เลยตวาดแทรกขึ้นมาอย่างขาดสติ
 
"ไม่ใช่โว้ยยยย!! ฉันไม่สนเด็กผู้ชายหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอย่างแกหรอกเฟ้ยยยย!! ฉันสนใจแต่หญิงสาวอกสะบึ้ม บึ้ม ต่างหากเหล่าาาา!!"
 
สิ้นคำพูดตวาดจากอิกกิ.. บรรยากาศมันก็เงียบลงทันที... ยูชุที่ได้ฟังก็ถึงกับค่อยๆถอยหลังไปสองก้าว แล้วค่อยๆพูดจาด้วยอาการแหยงๆ
 
"... ที่แท้.. นายเป็นคนแบบนี้นี่เองเหรอ?..."
 
"อะ!! ฮะ เฮ้ย!! มะ มันไม่ใช่แบบที่นายคิดนะ!!?" อิกกิพึงจะรู้ตัว.. ยูชุก็ค่อยๆถอยห่างจากเขาเรื่อยๆแล้ว
 
"ฉันจะรออยู่ที่หน้าประตูอาคารน่ะ..."
 
"ดะ เดี๋ยวก่อนสิ!! ธะ เธอเข้าใจผิดกันแล้ว!! ฉะ ฉันไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้นนะ!!"
 
แล้วยูชุก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี ผู้ชอบผู้หญิงโนตมบวมๆ อยู่ในโรงเรียนมัธยมแห่งนี้เพียงลำพัง... อิกกิได้แต่ยืนครุ่นคิดหนักใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเมื่อกี้นี้... ก่อนที่เขาจะตั้งสติทิ้งความกังวลและเตรียมตัวเข้าสัมสัมภาษณ์ ซึ่งอยู่เบื้องหน้าของเขาแล้วตอนนี้
 
"เอาล่ะ!!" เขาค่อยๆเปิดประตูเข้าไปข้างใน และสิ่งที่รอเขาอยู่นั้นคือ.. ร่างของเด็กผู้หญิงหูแมวผมยาวสีน้ำตาลงามสง่า อายุโดยประมาณแปดถึงสิบขวบ สูงเท่าเด็กประถม นั่งอยู่บนเก้าอี้ของท่านผู้อำนวยการ
 
"คิคิๆ ขอตอนรับสู่โรงเรียนโทวโฮวฮะจ้า~ เธอคือฮัตโซริคุงสินะ~ ฉัน มาซามิ จูน เป็นผู้อำนวยการของที่นี่..."
 
"เอ๊ะ!!?" อิกกิตะลึงกับสิ่งที่เขาเห็นที่อยู่เบื้องหน้าของเขา ในใจคิดว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนั้นจะเป็นผู้อำนวยการจริงๆหรอ?
 
"อ้าว? เป็นอะไรไปล่ะ? รีบเข้ามานั่งใกล้ๆสิ?"
 
"คะ ครับ..." อิกกิรีบเดินเข้านั่งบนเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ให้ด้วยอาการงงๆ
 
เด็กผู้หญิงที่ชื่อมาซามิจ้องมองอิกกิอย่างไม่ละสายตา พร้อมกับฉีกยิ้มเป็นนัยๆกับกระดิกหูแมวนิดๆ พยายามกดดันจนเขาสั่นลนลานไปทั้งตัว.. ก่อนจะเอื่อมมือไปยิบใบสมัครของอิกกิมาอ่านโดยละเอียดถี่ถ่วน...
 
"อืม... จบจากมหาวิทยาลัยโตเกียว แถมได้เกียรตินิยมอันดับสองถือว่าไม่เลวเลยนะ... เคยฝึกสอนที่โรงเรียนซากุระสองปีและโรงเรียนฟุโดมิเนะหนึ่งปี... อันนี่ถือว่าแปลกมากนะ ปกติเขาจะฝึกกันแค่ปีเดียวก็พอแล้วนี่นา?..."
 
"อะ เออ... คือว่าผม.. พึงสอบบรรจุครูในปีนี้อะครับ.. ตะ แต่ก็.. สอบไม่ผ่านน่ะครับ.. แหะๆ" อิกกิยิ้มเจื่อนๆ สีหน้าบอกไม่สู้ดีเลย
 
"อืม... เป็นอย่างงั้นสินะ.. อืมๆ... แต่ช่างมันเหอะ~ เอาเป็นว่า.. ฉันตกลงรับเธอเป็นอาจารย์ละกันนะ~"
 
"เอ๊ะ!!?" อิกกิถึงกับสะดุ้งกับคำตอบของผู้อำนวยการเด็กนั้น
 
"เอ้าล่ะ~ นี่เป็นเอกสารราชการกรอกมาให้เรียบร้อยภายในอาทิตย์หน้าและอย่ากรอกผิดพลาดซะล่ะ.. อา~ และก็อย่าลืมอ่านสิ่งนี้ด้วยนะ~" เธอเปิดลิ้นชักแล้วยิบกระดาษเอกสารทางราชการขึ้นมาส่งให้กับอิกกิประมาณสี่ใบ
 
"ดะ ดะ เดี๋ยวก่อนสิครับ!!?"
 
"มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?"
 
"คะ คือว่า... มันจะดีเหรอครับ!!? มารับผมง่ายๆแบบนี้น่ะ!!?..." อิกกิพยายามพูดทำตัวเกรงอกเกรงใจ ปนกับความสงสัยว่าทำไมถึงตอบรับง่ายแบบนี้?
 
"ดีหรือไม่ ฉันเป็นคนตัดสินใจเลือกแล้ว.. แต่ถ้าเธอเห็นว่ามันไม่ดี เธอจะปฏิเสธไปก็ได้นะ.. ฉันไม่ว่าอะไร..."
 
"มะ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ!!? ตะ แต่ว่า..." อิกกิกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบ้างอย่าง แต่ท่านผู้อำนวยการตัวน้อยกับลุกขึ้นคานบนโต๊ะและใช้นิ้วมือมาปิดปากของเขาไว้ แล้วยิ้มออกมานิดๆก่อนเอ่ยคำสั้นๆ
 
"มีความมั่นใจในตัวเองหน่อยสิจ๊ะ~ ฮัตโซริคุง" พอเธอพูดจบก็กลับมานั่งที่เดิม
 
"จริงอยู่.. ที่เธออาจจะสอบบรรจุครูไม่ผ่าน เป็นมนุษย์อ่อนแอที่กลัวพวกโยวไคอย่างพวกเรา.. แต่จากที่ฉันดูประสบการณ์ที่ผ่านมาของเธอรวมกับจิตวิญญาณที่เข้มแข็งของเธอ.. ฉันเชื่อใจได้เลยว่า เธอต้องเป็นอาจารย์ที่ดีให้กับนักเรียนของชั้นได้แน่นอน.. ไม่สิ! ไม่ใช่แค่นักเรียนของชั้น.. แต่เป็นคนที่ดีของชาวเมืองมิวะแห่งนี้ด้วย"
 
"..." อิกกิอึ่งในคำติชมของผู้อำนวยการตัวน้อย
 
"เอาละ~ ทุกอย่างก็มีแค่นี้แหละนะ... อ๋อ! แล้วช่วงต้นปีจะมีการประชุมอาจารย์ใหม่ ถึงตอนนั้นเธอก็อย่ามาสายซะล่ะ~"
 
"คะ ครับ..."
 
"... อา~ และอีกอย่างนะ" เธอพูดพร้อมยิ้มออกมาหน่อยๆ
 
"ครับ?"
 
"เมื่อกี้นี้น่ะ.. พูดกันเสียงดังมากเลยนะ~ อิอิๆ"
 
เธอขำพร้อมยิ้มหวานๆให้กับอิกกิ ทำเอาเขาเขินจนวางตัวไม่ถูก.. อิกกิค่อยๆรีบเดินออกจากห้องของผู้อำนวยการและหันเดินย้อนกลับไปทางเดิมเรื่อยๆ จนถึงประตูทางออกที่มีแมวหนุ่มหน้าบึ่งยืนคอยอยู่...
 
"เสร็จแล้ว~" อิกกิร้องทักเจ้าหนุ่มหง่าวที่ยืนรออยู่ พร้อมกำลังเดินเข้ามาใกล้ๆ แต่ยูชุกลับขยับตัวหนีออกห่างจากอิกกิ
 
"... ยูชุคุง.. เชื่อฉันเถอะนะ.. ชั้นไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้นเลยนะ..." อิกกิพยายามพูดแก้ตัวและเดินเข้าไปใกล้ๆ แต่เจ้าหง่าวหนุ่มก็ขยับเว้นช่วงห่างอยู่ดี
 
"กลับกันเถอะ..." ยูชุพูดนิ่งๆ พร้อมกับเดินนำหน้าไปก่อน.. ตาคอยหันมองระวังอิกกิทุกก้าวอย่างไม่ละสายตา เหมือนว่าความประทับใจของยูชุจะติดลบซะแล้ว...
 
ทั้งสองคนเดินทางกลับบ้านในยามท้องฟ้าสลัวๆ ดวงตะวันก็คล้อยลงต่ำ...แต่ทว่าสองหนุ่มก็ไม่เคยเอ่ยปากพูดอะไรกันเลย จนกระทั่งมีคนๆหนึ่งลอยเข้ามาทักหา
 
"เมี๊ยวเหมียว~ ว่าไง คุณอิกกิ สัมสัมภาษณ์วันนี้เป็นอย่างไงมั่งเอ่ย...?" เป็นเสียงทักของแมวหน้าสวยตัวขนาดตุ๊กตายิ้มแย้มร่าเริงที่ชื่อว่าฟุยุนหรือยุน
 
"กะ ก็ผ่านน่ะครับ"
 
"หืม~ งั้นก็ยินดีด้วยนะเหมียว.. ที่นี่ปริญญาอะไรไม่ค่อยมีค่าหรอก สอนเก่งก็เกินพอแล้วน่ะ รู้ไหมเหมียว~"
 
"คะ ครับ"
 
ยูชุที่อยู่ตรงนั้นด้วยก็เข้ามากระซิบบอกข้างหูของยุน ในขณะนั้นสีหน้าและรอยยิ้มแบบมีเลห์นัยของยุนก็เริ่มเผยขึ้นมา
 
"...หืม? เอาเถอะน่ะยูซุ ..แค่นี้เองนี่ ไม่มีปัญหาอะไรซะหน่อย"
 
"ตะ แต่ว่า..."
 
ยูชุกำลังจะเอ่ย.. แต่เหมือนว่ายุนกลับไม่ฟัง ซ้ำยังแปลงร่างเป็นแมวสาวทรงสะบึ้ม มาพร้อมคัพขนาดเกินมนุษย์อีก
 
"เหวอ!!?" อิกกิถึงกับร้องตกใจขึ้นมาทันตา เมื่อได้เห็นร่างของยุนในสภาพของสาวอกโตและสุดจะสะบึ้มอลังการ
 
"หืม ตกใจอะไรล่ะเหมียว? รึว่านี่ มันใหญ่เกินไปน๊า?..." เธอทักแล้วก็ยิ้มๆออกมาท่าทางขบขัน
 
"นะ นี่คือ!!? ร่างที่แท้จริงของคุณฟุยุน งะ งั้นหรอ!!?"
 
"... อืม ก็ใช่นะเหมียว~ แปลกสินะ.. ใช่ไหมล่ะ~" ยุนเดินเข้าหาเขาพร้อมเอามือลูบๆคางเขาซะอีก
 
"ยะ ยุนซัง!!? อย่าไปเข้าใกล้ไอ้โรคจิตนั้นนะ!!" ยูชุพูดขึ้นพร้อมดันตัวเข้ามาขวางระหว่างชายหนุ่มหัวอ่อนกับหง่าวสาวสุดบึ้ม
 
"... แหม~ ยูชุก็เหมือนจะปกป้องเราเลยนะเหมียว~" มันยิ้มปนขำๆกับความกล้าของหนุ่มยูซุที่ปกป้องเธอซะถึงขนาดนี้...
 
"ถ้าขืนแกเข้าใกล้ยุนซังแม้เพียงนิดเดียวละก็... ฉะ ฉันอัดนายล่วงแน่!!" ยูชุพูดข่มขู่หมายให้เขาถอยไปจริงๆ
 
"คะ คือว่า... ยูชุคุง.. เข้าใจผิดแล้วล่ะ!? ฉะ ฉันไม่ได้เป็นคนอย่างที่ยูชุคิดหรอกนะ!!?" เขาพยายามอธิบายพร้อมยิ้มเจื่อนๆ
 
"หุบปากไปเลย!! ไอ้ไบฯ!! ฉันไม่เชื่อแกหรอก!!"
 
"บะ ไบฯ!!? นี่มันจะมากไปแล้วนะ!!? ไอ้เปี้ยก!!" อิกกิเริ่มมีน้ำโหขึ้นมามั่งแล้ว
 
"อะ ไอ้เปี้ยกงั้นหรอ!!? แกกล้าว่าฉันงั้นหรอ!! ไอ้ไบฯ!!" พอโดนอิกกิว่าเข้า.. ยูชุก็เลือดขึ้นหน้าทันที
 
"หนึ่งคำก็ไบฯ.. สองคำก็ไบฯ... แล้วแกสูงมากนักใช่ไหม!? ไอ้เปี้ยก!!"
 
"นะ หนอย!!.. แก!!"
 
แล้วทั้งสองหนุ่มก็เริ่มเข้าห้ำหั่นกันอย่างอีรุงตุงนัง.. ปล่อยให้แมวสาวอกทรงสะบึ้มคอยดูอย่างเหนื่อยหนายใจยิ่งนัก
 
"... ยูซุ คุณคนมาใหม่ ถ้าไม่เบรก.. ทางนี้จะจัดการเบรกทั้งคู่แบบส่งถึงโรงพยาบาลนะเหมียว..." แมวสาวทรงสะบึ้มทักเตือนเสียงยะเยือก ส่งผลให้ทั้งสองถึงกับสะดุ้งเสียวสันหลังวาบ ก่อนจะหันมาเจอใบหน้าดุๆของนางแมวที่จ้องทั้งสองราวจะกินเลือดกินเนื้อ...
 
"งะ เหงอ!?..." สีหน้าของทั้งสองถึงกับซีดเซียว เมื่อได้เห็นใบหน้าโหดๆของนางแมวยุน
 
"... จะหยุดไหม หืม?" เธอย้ำเตือนหน้านิ่งๆ หางก็ส่ายไปมาช้าๆ บอกชัดว่าอารมณ์ในตอนนี้ไม่ค่อยดีซักเท่าใดนัก
 
ทั้งสองหนุ่มหยุดลงทันที เมื่อเห็นสีหน้าและอารมณ์ของเมี๋ยวยุนเป็นเช่นนั้น
 
"... ถ้ามีเรื่องแบบนี้อีก ยูซุ.. เรื่องนี้ถึงหูยูคาริแน่นอน..."
 
"งะ ง่า~"
 
ยูชุแสดงอาการหงอยเมื่อโดนยุนว่า... ทางอิกกิที่มองยูชุที่โดนว่าด้วยสีหน้าที่นิ่งเงียบเหมือนสำนึกผิดเช่นกัน
 
"... เฮ่อ~ สองคน ถ้าอยู่สงบไม่ได้จริงๆ.. เราก็จะให้คุณอิกกิมาที่หอทันทีนะ..." เธอเอ่ยย้ำเตือนพร้อมกับถอนหายใจมาอีกหน
 
"คะ ครับ" อิกกิขานรับ
 
"เอาล่ะ ต่อไปเอาไงล่ะเหมียว... ถ้าไม่มีอะไรจริงๆจะไปแล้วนะ"
 
ทั้งสองหนุ่มพยักหน้าเชื่อฟังพร้อมกัน แล้วยุนก็หันหน้าลอยกลับบ้านของตนเองไป.. ปล่อยชายหนุ่มสองหน่อยืนครุ่นคิดทบทวนสิ่งที่ทำไปวันนี้
 
"... ขอโทษนะ" อิกกิกล่าว
 
"... อืม.. ฉันก็ขอโทษเหมือนกัน"
 
แล้วทุกอย่างก็เงียบกริบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.. มีเพียงเหล่าชายหนุ่มสองตนที่เดินกลับบ้านบนถนนซอยเข้าหมู่บ้านยามฟ้ามืดมัวอย่างเงียบสงบ...
 
---- End ----

edit @ 22 Nov 2010 14:33:53 by bakaneko

-----------------------------
 
เบื้องหน้าของแสงสว่าง... คือเบื้องหลังของเงาอันมืดมิด...
 
เส้นทางที่ขีดรอยด้วยสีขาว... คือรอยขีดที่ทับพื้นถนนสีดำเหมี่ยม...
 
ฝ่ามือที่ขาวสะอาด... คือด้านหน้าของหลังมือที่คล้ำจนไหม้เกรียม...
 
ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยสุข... คือใบหน้าที่ฝืนอมเก็บแต่ความทุกข์ทน...
 
การเผชิญหน้าด้วยความกล้า... คือการเก็บซ่อนความกลัวไว้ภายในจิตใจ...
 
คนที่ชื่นชมในการทำดี... คือคนที่เกลียดค้านและชิ่งชังคนที่กระทำความชั่ว...
 
และร่างกายเนื้อที่ติดตัวเรามา... คือร่างที่สะท้อนเงาแห่งความเป็นจริง...
 
 
---- 民 話 町 の 福 ----
 
 

Chapter 2 : "โยวไค"
 
... สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของผม.. ภายในยามค้ำคืนนี้.. กำลังจะถูกเปิดเผย...
 
"นะ นั้น ใครนะ!!?" ผมตะโกนเรียกด้วยอาการเกร็งกลัวนิดๆ.. แล้วร่างนั้นก็เปิดเผยออกมา...
 
... เป็นร่างของผู้หญิงครับ.. เธออยู่ในชุดเมดสีออกดำๆเนี่ยแหละ.. และยังสวมถุงมือถือกระดานไวท์บอร์ดมาด้วย?.. แต่ผมยังไม่เห็นหน้าเธอนะ? เพราะที่เธอยืนอยู่ตรงที่มันมืดมาก...
 
"เฮ้อ~ โล่งอกไปที.." ผมค่อยๆเดินไปหาเธอ เผื่อจะถามทางกลับไปสถานี... แต่ว่า.. เธอพยายามขยับถอยหลังหนีผม?
 
"อะ เออ.. ผมไม่ทำร้ายคุณหรอกครับ.. คือ.. ผมแค่หลงทางมาน่ะ.. ผมอยากให้คุณช่วย.." ผมไม่ทันจะพูดจบเลย.. เธอก็หันเตรียมจะวิ่งหนีผมซะแล้ว!?
 
"ดะ เดี๋ยวสิ!!" เธอกำลังจะวิ่งหนี แต่ก่อนนั้น.. ผมก็คว้าแขนเธอว่าไว้ก่อนแล้ว.. แต่เอ๊ะ!!? ทำไมแขนของเธอขาวซีดอย่างกับกระดาษแนะ?.. แถมยังตัวเย็นอีก?...
 
ผมเหลือบมองที่แขนของเธอแล้วค่อยๆส่องสายตาเลื่อนขึ้นไปที่ใบหน้าของเธอ... มันมืดอะ!? ไม่มองค่อยชัดเลย...
 
ผมเลยลากเธอมาตรงที่สว่างๆ ก่อนจะหันไปทางหน้าของเธออีกที...
 
"... หึ!! ... หะ หะ หัว!!... !!" สิ่งที่ผมเห็นในตอนนี้... ทำเอาผมหัวใจวาย!!?... ก็เธอดันไม่มีหัวนี่!! (ยังทีแผลแห้งๆที่คออยู่เลย)
 
มือของผมยังคว้าแขนเธอไว้อยู่.. ผมพยายามจะแกะนิ้วให้มันหลุดออกนะ.. แต่ดันเอาไม่ออกซะนี่!!.. (ปล่อยผมเถอะ~ ผมกลัวแล้ว~)
 
ทางฝั่งเธอก็พยายามเอามืออีกข้างมาช่วยแกะนิ้วผมนะ.. แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นเฟ้ย!!? ประเด็นคือตูจะโกยแล้วต่างหาก!!
 
พอมือผมหลุดออกจากแขนเธอ.. ผมก็วิ่งทันที! วิ่งแบบไม่ลืมหูไม่ลืมตา! ข้าวของตกกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด!.. แต่ช่างมันเหอะ!! ตูไม่สนแล้ว!! ขอตูเอารอดก่อนเหอะ!!...
 
-----------------------------
 
"แฮะ แฮะ แฮะ.. เหนื่อยชะมัด.." ... ผมวิ่งไปได้ไกลพอดู.. คงจะห่างจากตรงนั้นได้ประมาณร้อยกว่าเมตรเห็นจะได้มั่ง... แต่รู้สึกว่า.. ทางมันไม่ค่อยคุ้นเลยนะ? (แถมตอนนี้ก็มืดมากด้วย..)
 
"เดี๋ยวสิ!! เรากำลังหลงอยู่นี้หว่า!!.. ดะ ดันทิ้งกระเป๋าไปซะได้!! (มือถืออยู่ในกระเป๋าเป้..)" เจอผียังไม่พอ.. ความซวยดันมาเล่นงานผมอีก.. โธ่~ เรา..
 
... ผมเดินตามถนนหนทางอย่างกลัวๆและแถมผมก็ไม่รู้ตัวเองเลยว่าจะเดินไปทางไหนอีก...
 
แล้วในขณะที่ผมกังวลกลัวกับเรื่องที่เจอไปเมื่อกี้.. ก็เหมือนกับจะเห็นอะไรแปลกๆ วิ่งผ่านหน้าของผมไปอย่างเร็วมาก!!?... "น นะ นั้นมันตัวอะไรน่ะ!!?"
 
ใจผมเริ่มเต้นเป็นตุเป็นตะพร้อมกับเพิ่มความกระวนกระวายให้ผมกลัวมากขึ้นอีก.. มันคืออะไรกัน!? เมืองนี้มันเป็นอย่างไงกันแน่เนี่ย!?...
 
... ผมยืนอยู่นิ่งๆพร้อมหันมองไปมาๆอย่างกับคนเสียสติ.. คอยหวาดระแวงสิ่งรอบข้างอยู่ตลอด... แต่.. ความหลอนมันก็ไม่ได้มีเพียงแค่นี้นะ!!?
 
"สะ เสียง!?... เสียงใครนะ!!?" ผมได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิง.. แต่ไม่รู้ว่า.. มาจากทิศไหนกัน!?
 
"คิ คิ คิ คิๆ" เสียงหัวเราะมันเริ่มทวีคูนในหูผมขึ้นมาเรื่อยๆ.. เพิ่มความกดดันให้กับตัวผมจน.. ผมรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาเลย...
 
ผมคิดพยายามจะก้าวขาวิ่งแต่ว่า.. มันก็ก้าวไม่ออก... ควานหลอนมันทำผมกลัวจนทั้งเนื้อทั้งตัวทั้งใจ.. สั่นไปหมด...
 
เสียงนั้นเริ่มกดดันผมเรื่อยๆ.. แล้วมันก็หยุด!!... "... หึ!! ..." ผมค่อยๆแหงนหน้ามองไปข้างบนช้าๆ.. ก็เจอ!?.. ร่างของหญิงสาว.. ผมสีบรอนซ์เหมือนจะเป็นคนฝรั่งน่ะ!!? แต่เธอ.. ลอยอยู่กลางอากาศ!!?..
 
"อ๊า~ เจอตัวแล้วค่า~ (ยิ้ม)" หน้าเธอยิ้มแย้มร่าเริงเมื่อมองมาทางผม.. แต่สิ่งที่ผมดันมองเห็น.. มันคือ!!?.. ปีกค้างคาว!!? หาง!!?.. ปะ ปะ ปีศาจนี่!! (แถมสวยอีกต่างหาก!!..)
 
เท่านั้นแหละ.. ผมก็ถีบตีนวิ่งไม่คิดชีวิตอีกครั้ง!! "อ้าวเฮ้ย!! จะไปไหนน่ะ!!?" เธอเรียกทักผม.. แต่!?.. ตูไม่หยุด!! ตูไม่ฟัง!! ตูไม่เอาแล้วเฟ้ย!! ..ที่นี่มัน!! เมืองปีศาจชัดๆ!!...
 
"เฮย!!~ เธอจะวิ่งหนีไปไหนเนี่ย!?" เธอบินตามผมมาติดๆ.. คงจะไม่ยอมปล่อยผมหนีไปแน่ๆ.. (ชีวิตของตูคงจบแค่นี้แล้วใช่ไหม?...)
 
ในใจผมวิงวอนถึงพระเจ้าอยู่เสมอเลย.. "ขอให้พระผู้เป็นเจ้า.. ช่วยลูกชายให้รอดจากที่นี่ด้วยเถอะ~" ...
 
-----------------------------
 
"แฮะ แฮะ แฮะ... เหมือนว่า.. เรา.. จะรอดแล้ว?" ผมวิ่งมาซ่อนตัวในซอยแคบๆ ดูเหมือนจะรอดจากนางปีศาจตัวนั้นได้แล้ว... (มั่ง)
 
ผมค่อยๆย่องตัวออกมาจากซอยแคบๆ.. หันซ้ายหันขวาแหงนมองข้างบน กลัวว่านางปีศาจนั้นจะวนมาอีก?...
 
"คงปลอดภัยแล้วนะ..." ในใจผมคิดอย่างนั้นนะ?.. แต่สถานการณ์แบบนี้มันก็ยังไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก... ผมค่อยๆเดินหาทางกลับไปสถานี.. จิตใจมันก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะไม่รู้ว่า.. จะเจอกับตัวอะไรอีก?
 
... ยิ่งผมเดินลึกเข้าไป.. เส้นทางก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ? จนตอนนี้ผมมาอยู่แถวไหนแล้วก็ไม่รู้แล้ว? (แผนที่ก็ดันติดอยู่ในกระเป๋าเป้ซะอีก..)
 
"ชั้นไม่หน้ามาที่นี้เลย..." ผมบ่นกับตัวเอง.. แต่บ่นไปมันจะได้อะไรละ?.. ถ้ายังออกจากที่นี้ไม่ได้น่ะ...
 
"งั้นหรอจ้ะ~" สะ เสียง!? ใครกัน!!?.. คุ้นหูแหะ!!? รู้สึกจะมาจากข้างหลัง!!... ผมค่อยๆหันไปดู.. "เจอตัวสักทีน้า~" ยัยปีศาจตัวเดิมนี่!!
 
"ว้ากกกกกก!!" เจอกันแบบนี้.. ก็ต้องวิ่งสิ!!.. (อีกแล้ว)
 
"วาเรล!! เป้าหมายเริ่มหนีอีกแล้ว!!?" เง้อ!!? มีเรียกพวกด้วย!!?... ตาย ตาย ตูตายแน่!!...
 
ขณะที่ผมกำลังวิ่งอยู่.. ก็มีอีกคนวิ่งออกมาซอยข้างๆ.. เง้อ!! ยัยเมดผีหัวขาด!! (เจอกันอีกแล้วนะ..) แถมยังวิ่งไล่ตามผมมาอีก!!
 
"หยุดน้า!!~ หยุดเดี๋ยวนี้~!!" หยุดให้โดนเจ๊เจี๊ยะอะดิ!!... แล้วผมก็วิ่งกันไล่อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ.. จนกระทั่ง...
 
"เฮ้ย!!? ทางตัน!!" ซวยแล้วไงเรา.. วิ่งมาเจอทางตัน!!...
 
"อา~ เล่นซะเหนื่อยเลยนะ.. ผู้ชายคนนี้เนี่ย~" ชีวิตตูคงจบสิ้นกันที่นี่แล้วสินะ อา~ คุณพ่อ คุณแม่ คุณย่า... ลูกชายขอลาก่อน~
 
ตาของผมก็ค่อยๆลี่ลงทุกทีๆ เหมือนมันจะหลับ.. คงเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางแถมวิ่งหนีเจ้าปีศาจสองตัวนี่อีก... "อ้าว!! สลบไปซะแล้ว!!" ผมก็ยังรู้สึกอยู่นิดๆ.. เหมือนว่ามีบ้างสิ่งบ้างอย่าง.. พุงตรงเข้ามาทางผม...
 
"เกิดอะไรขึ้นอะเหมียว? เฮ้ย!!?... คุณ! คุณ! คุณเป็นอะไรเปล่าเหมียว!!? ..." เหมียวเหรอ? เหมือนจะมีคนพูดกับผมแบบนั้นนะ... แต่ไม่ค่อยได้ยินเลยแหะ~ ใครกันนะ~? ... ใครกัน น~
 
-----------------------------
 
"จิ๊บๆ จิ๊บๆ" อะ อือ... เสียงนกร้อง?... นี่คงจะเช้าแล้วสินะ?
 
ผมค่อยๆลี่ตาขึ้นตามแสงที่ส่องมา... รู้สึกว่าตัวเองอยู่บนเตียงแหะ... หรือว่าเราจะฝันไป? (แต่ในฝันเหมือนจริงมากเลยนะ?) ช่างมันเถอะ.. ถ้ามันแค่ฝัน.. ก็คงเป็นฝันร้ายละนะ...
 
"อ้าว~ ตื่นแล้วหรอเหมียว?" เหมียว? เสียงมันคุ้นๆนะ?.. ผมค่อยๆลุกขึ้นมาดูเจ้าของเสียงนั้นอย่างช้าๆ ... เจ้าของเสียงนั้น.. เป็นตุ๊กตาหนุ่มหูแมวผมดำๆในชุดยูกาตะ ถือถาดข้าวต้มร้อนๆมาเสริฟ?...
 
"... ฝันไปสินะ..." สงสัยกำลังอยู่ในฝันละมั่ง?.. หลับต่อดีกว่า... (ไม่ยอมรับสิ่งที่เห็น)
 
"ไม่ได้ฝันไปหรอกเหมียว~" มันนำถาดข้าวต้มไปวางไว้บนโต๊ะข้างๆก่อนที่มันจะเข้ามาปลุกผมด้วยวิธีแปลกๆ?.. โดยใช้หางทั้งสองมาเขี่ยๆที่จมูก..
 
"อะ อือ~ ...คันจมูกจัง ..." ซ้ำ ยังไม่พอ ไอ้เจ้าตุ๊กตาแมวนั้นก็ใช้หางของมันแหย่ไปที่รูจมูกผมอีกที.. กะเอาผมตื่นให้ได้สินะ!? "ฮะ ฮะ ฮะ.. ฮัดเช้ย!!"
 
เจ้าตุ๊กตาแมวนั้น.. ทำผมลุกขึ้นมานั่งทันทีเลย.. เหมือนมันจะยิ้มชอบใจใหญ่เลยนะ (เอาซะแสบจมูกเลย..)
 
"ตื่นได้สักทีนะ (ยิ้ม)" ก็แหงล่ะ!.. เล่นเอาหางมาจิ้มรูจมูกนิ!! ... แต่? เดี๋ยวก่อน?.. ถ้านี่ไม่ใช่ความฝัน.. งั้นแสดงว่า... มันก็เป็นของจริงละสิเนี่ย!!? (ขวัญกระเจิงอีกแล้ว..)
 
"เหวอออออออ!!" พอพึงจะรู้สึก.. ผมก็ดีดตัวลุกออกจากเตียงอย่างฉับไว!!.. แล้วค่อยๆมองเจ้าตุ๊กตาแมวตัวนั้นอยู่ห่างๆ!!...
 
"กระฉับกระเฉงดีจัง (ยิ้ม)" มันฉีกยิ้มแย้มดูน่ากลัวมากๆ!!.. (จากสายตาของอิกกิน่ะ..) มีหวังได้โดนเจี๊ยะเป็นอาหารเช้าของมันแน่ๆ!!...
 
"นะ นาย.. จะกินฉันหรอ!? จะ.. จะกิน ฉันจริงๆใช่ไหม!!?" ผมเอ่ยตะกุกตะกักฟังแทบจะไม่รู้เรื่อง ตัวยืนชิดติดกำแพง.. เพราะมันไม่มีที่จะให้หนีแล้ว.. หมดทางรอด!! (อยู่ในบ้านของมันนิ..)
 
"ผมจะกินคุณเนี่ยนะเหมียว!!?" มันเอ่ยออกมาพร้อมท่าทีที่ตื่นตกใจนิดหน่อย.. ก่อนที่มันจะเข้าใจแล้วเอามือมาอุดปากกลั่นระเบิดเสียงหัวเราะ!!
 
"ฮะ ฮะๆๆๆๆๆๆ ผมไม่กินคุณหรอก~ และอีกอย่าง.. พวกเราก็ไม่คิดจะบริโภคมนุษย์กันแล้วด้วย.." แน่ใจเหรอครับ!!? คุณแมวผี!!.. ผมไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่นักหรอกนะ!!?
 
"มะ ไม่จริงน่ะ!!? ปีศาจต้องชอบกินมนุษย์ไม่ใช่หรอ!!?"
 
พอมันฟังที่ผมพูดเมื่อกี้นี้.. มันก็ทำท่าเหมือนจะเหนื่อยใจกับผมนะ?.. "เฮ้อ~ ลำพังแค่กินปลากับอาหารแบบมนุษย์ก็เพียงพอแล้วละเหมียว.. แล้วก็.. ไอ้ความเชื่อที่ว่าปีศาจต้องชอบกินมนุษย์น่ะ.. มันเป็นความเชื่อของพวกปีศาจแก่ๆ หัวโบราณๆ ทั้งนั้นแหละเหมียว.."
 
ที่เจ้าแมวนั้นมันพูด.. ก็ดูว่าน่าเชื่ออยู่หรอกนะ... แต่ว่าจะให้ผมไว้ใจเจ้าปีศาจพวกนี้เนี่ยนะ!!? จะทำได้อย่างไงกัน!? (ถ้าเกิดมันหิวขึ้นมา มันไม่จับตูแด๊กหรอ!?)
 
"คงไม่ค่อยอยากเชื่อสินะเหมียว..." ระหว่างที่ผมเจรจากับเจ้าแมวผีนี่อยู่.. จู่ๆ ก็มีคนเปิดประตูเพิ่มเข้ามาอีกคน.. เป็นเด็กชายสูงราวๆสักร้อยหกสิบต้นๆ ในเสื้อสีแสบตาจริงๆ.. แต่สิ่งเห็นเด่นๆนะ คงมีหูแมวอย่างเดียวกับเจ้าแมวผีตัวนั้นเลย!? (เป็นพี่น้องกันหรือป่าว)
 
เด็กคนนั้นหันมองมาทางผมสักครู่หนึ่ง.. ก่อนจะหันไปถามเจ้าแมวผี "จริงๆหรอ? ยุนซัง?.. ที่ผมต้องอยู่กับนายมนุษย์คนนี้จริงๆอะ?"
 
"ใช่แล้วละเหมียว.. (ยิ้ม)" พอเจ้าเด็กนั้นหันมองมาทางผมอีกที.. ก็ทำหน้าตาบูดใส่ซะงั้น!?.. เหมือนจะโดนเกลียดขี้หน้าซะแล้วสิเรา..
 
"ผมละไม่เข้าใจความคิดของพี่ยูคาริเลยจริงๆ.. ทำไมต้องส่งคนหน้าตาบื่อๆมาดูแลผมด้วย?" เจ้าเด็กนั้นมันทำท่าทางหงุดหงิดๆ เหมือนไม่พอใจอะไรในตัวผมสักอย่างเนี่ยแล?... แต่.. พี่ยูคาริหรอ?.. เอ๊ะ? อย่างไง?...
 
"เอาน่าๆ เหมียว.. เจ๊ยูคาริเองก็แค่เป็นห่วงเธอนั้นแหละ.." มะ มัน? มันอย่างไงกันแน่? ผมมึนไปหมดแล้วนะ? ยูคาริ? เป็นใครกัน?
 
เรื่องมันชักจะสับสนเรื่อยๆแล้วนะ!? ผมเลยตั้งถามกับเจ้าแมวผีนั้น "ดะ เดี๋ยวสิ!?.. ยูคาริ!? เป็นใครกัน!? และมันอย่างไงกันแน่!!?"
 
"... อ๋อ~ ยังไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับยูคาริซังสินะเหมียว?... งั้นจะแนะนำชื่อเด็กคนนี้ให้ละกันนะ"
 
"เด็กคนนี้ก็คือ.. น้องชายของยูคาริซัง ชื่อ คิโนะกิ ยูชุ" อะ!? อะไรนะ!!? น้องชายของยัยนั้นอะนะ!!?
 
"... ยินดี.. ที่ได้รู้จัก (ชิ)..." เวลาจะพูดคุยกับใครนะ.. กรุณาหันหน้ามาคุยกันดีๆหน่อยสิเฟ้ย!! (ทำไมต้องหลบหน้าอย่างงั้นด้วยฟะ!!?)
 
"คงจะงงๆสินะเหมียว.. ว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงได้เป็นน้องชายของยูคาริซังน่ะ... อันที่จริงยูคาริซังก็แบบเดียวกับยูชุคุงเนี่ยแล.." แบบเดียว? จะบอกว่ามีหูมีหางแมวเหมือนเด็กคนนี้เนี่ยนะ!!?
 
"ตะ แต่ว่า.. ทำไมยูคาริถึง.. ไม่มีหูแมวโผล่ออกมาละ!?" นั้นน่ะสิ!? ไม่เห็นมีเลยนะ!!?
 
เจ้าแมวผีกลับยิ้มเป็นนัยๆ ก่อนจะมันเอ่ยให้ผมเข้าใจความจริงทั้งหมด "ที่มองไม่เห็นน่ะ คงเพราะอาคมผนึก 'ซ่อนรูป' น่ะสิเหมียว... ทุกๆครั้งที่มีโยวไคออกจากเมือง ก็จะต้องมีการซ่อนรูปร่างและพลังที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้.. เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อมนุษย์จากโลกภายนอกนั้นแหละ... และรู้ไหมเหมียว?.. ว่าโยวไคจริงๆน่ะ.. ก็มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกเลยแหละ (ยิ้ม)"
 
"ยะ โยวไค!?" ผมงงไปหมดแล้วนะ? นี่!? มันอะไรกันเนี่ย!!?... ปีศาจ!? มีปีศาจอยู่ทั่วโลกจริงๆหรอ!!? "งะ งั้น.. ที่ผ่านมา.. ยูคาริ!?... ก็"
 
"ใช่... พี่ยูคาริเป็นโยวไค.. หรือจะเรียกว่า 'จูวจิน' ก็ได้..." จูวจิน!? มันคืออะไรเหรอ?.. คุณน้องชาย!?
 
"... เรื่องแบบนี้ มันยาวมากน่ะเหมียว.. เอาไว้อยู่ที่นี้สักพักก็จะชินกับเรื่องพวกนี่เองแหละ ... มา มานั่งทานข้าวต้มก่อน เดี๋ยวจะเย็นหมด.." มันลอยตัวพร้อมยกถาดข้าวต้มมาทางผม... แต่เดี๋ยว!!? ขอผมถามอีกข้อสิ!?
 
"ดะ เดี๋ยวก่อนสิ!!?.. แล้วทำไมโยวไคถึงอยากจะอยู่ร่วมกับมนุษย์อะ!!?" ผมสงสัยข้อนี้มากๆ ปีศาจจะรวมกับมนุษย์ได้อย่างไง?
 
ทั้งเจ้าแมวผีและน้องชายหูแมวนั้น.. ต่างทำหน้าเบื่อหน่ายกับการถามมากเรื่องของผม.. ก่อนที่เจ้าแมวผีจะเอ่ยให้ผมเข้าใจ.. "... โยวไคน่ะ.. ต่างก็อยากจะมีชีวิตเหมือนอย่างพวกคุณนั้นแหละ.. อยากใช้ชีวิตในหนึ่งวันเต็มๆ.. ให้มีความสุขและเก็บความประทับใจดีๆเอาไว้กับพวกคุณ.. ก่อนที่พวกเราหรือพวกคุณจะสิ้นอายุขัยจากกันไปตามกาลเวลา..."
ผมทึ่งกับสิ่งที่แมวผีตนนั้นพูด... ในชีวิตนึง.. ผมพึงจะเคยรู้ว่า ปีศาจก็มีความคิดอยากมีชีวิตแบบเดียวกับคนเราเหมือนกัน.. ช่างเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์จริงๆครับ "... งะ งั้นเหรอครับ ..."
 
"เอาน่าๆ ไม่ต้องทำน่าหงอยแบบนั้นก็ได้นะเหมียว~ ... ทานข้าวต้มก่อนสิ! ฉันทำเองกับมือเลยน้า~" เจ้าแมวผีนั้นพอเห็นผมทำน่าหงอยๆ ก็ส่งถ้วยหินที่มีข้าวต้มกำลังร้อนๆมาให้ผมเพื่อเบี่ยงเบนอารมณ์..
 
"ชิ.." แล้วเจ้าน้องชายนั้นก็เดินออกจากห้องไป.. ท่าทางจะไม่ค่อยยอมรับผมสักเท่าไหร่นะ...
 
แล้วจากนั้นเจ้าแมวผีนั้นก็ร้องลั่นขึ้นมาว่า "อะ!! เกือบลืมแนะนำตัวเองเลยเหมียว!! ... ฉัน มิซานากิ ฟุยุน เป็นเจ้าของหอพัก ..หรือว่าคุณจะเรียกฉันว่า ยุน เฉยๆก็ได้นะ"
 
"อะ อา.. ผม ฮัตโซริ อิกกิ ..ยินดีที่ได้รู้จักครับ ..." ถ้าไม่มองว่าเป็นปีศาจนะ.. ก็น่ารักอยู่แหะ~ (แต่เหมือนตุ๊กตาไปหน่อยนะ..)
 
"เช่นกันเหมียว.. และก็... ยินดีต้อนรับสู่เมืองมินวะ ครับ... (ยิ้ม)" มันกล่าวและพร้อมยิ้มหวานๆให้กับผม.. อา~ ช่างน่ารักอะไรอย่างนี่นะ?.. แต่.. แน่ใจนะ? ว่าเป็นตัวผู้แน่ๆนะ??
 
"... อะ ครับ (ยิ้ม)"
 
... ถึงการได้มาเยียบเมืองนี้ของผม.. อาจจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่.. เจอกับเรื่องวุ่นวายต่างๆนาๆมามากมายก็เหอะนะ..
 
แต่มันก็ทำให้ผมรู้.. ว่าคนเราน่ะ... ไม่ได้มองแค่เพียงภายนอกแล้วจะสรุปมันได้เลย.. ต้องมองลงไปถึงจิตใจของคนๆนั้นดู..
 
แล้วจะรู้ว่า.. มันต่างกับที่เราคิดแค่ไหนกัน...
 
---- End ----

edit @ 22 Nov 2010 15:14:17 by bakaneko

-----------------------------
 
โชคชะตา... กำลังเดินหน้าไปเรื่อยๆ…
 
ในโลกใบนี้... ที่ยังมีอะไรบางอย่างที่ยังไม่เคยมีใครได้เห็น...
 
มันคืออะไรบางอย่าง... ที่มันดูลึกลับและน่าพิศวง...
 
แต่ถ้าคุณได้ลองสัมผัสกับมันดูสักครั้ง...
 
คุณจะรู้สึกถึงความอบอุ่นและความอ่อนโยน...
 
ที่ถูกซ่อนอยู่ในก้นบึ่งของความลึกลับนั้น...
 
โดยที่คุณ... จะไม่มีวันได้ลืมเรื่องราวเหล่านั้นได้...
 
เพราะฉะนั้น... โลกถึงได้ซ่อนมันเอาไว้...
 
ในจิตใจของคุณเอง... ที่กำลังดำเนินเรื่องราวไปตามโชคชะตานั้น...
 
 
---- 民 話 町 の 福 ----
 
 

Chapter 1 : "มินวะ"
 
ที่ชานชาลา ตอนเช้าๆสายๆ ของวันหนึ่ง…
 
เป็นวันเดียวที่ผมจะออกเดินทางไปผจญภัย.. ไม่ใช่สิ! ไปทำงานที่ต่างจังหวัดต่างหาก.. "รักษาตัวด้วยละ.. นายเบ้ (ยิ้ม)"
 
"ชั้นชื่อ อิกกิ และอย่ามาเรียก เบ้ จะได้ไหม? มันไม่รื่นหูเลย..." แต่ไม่อยากได้ยัยนี่มาส่งผมเลย... เฮ้อ~
 
"ฮะๆ เอาน่ะๆ หน้านายก็เหมือนเบ้อยู่แล้ว จะคิดอะไรมาก?.." ขอจิ้มตายัยนี่สักทีเถอะ!! (ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะเฟ้ย!!)
 
"อือ.. ถ้าเกิดนายมีปัญหาอะไร.. นายก็โทรมาหาฉันละกันนะ..." อะนะ... อย่างน้อยก็ยังค่อยช่วยเหลืออยู่ละนะ
 
"อือ.. ขอบใจนะ.."
 
"อือ.. โชคดี.. (ยิ้ม)" หลังจากที่ผมจบบทสนทนากับเธอ.. ผมก็ขึ้นรถไฟไปหาที่นั่งตามสะดวก ก่อนที่รถมันจะค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปจากสถานี..
 
ผมยังหวั่นๆในใจอยู่เลย.. "เฮ้อ~ ครั้งนี้เราจะไหวไหมน้า?~ (แถมยังเป็นเมืองที่ไม่รู้จักอีก)"
 
---- เมื่อวานก่อน ----
 
ณ ที่ร้าน Coffee Cafe ที่เดิมหลังจากวันนั้นสองวัน.. ผมก็นัดเธอมาอีกครั้ง ซึ่งผมขอให้เธอช่วยฝากงานให้ "ฉันติดต่อกับทางโรงเรียนให้แล้ว.. ที่เหลือก็แค่นายไปสัมสัมภาษณ์เท่านั้นแหละ"
 
"อือ.. ขอบคุณมากนะ.." ก็เป็นอันที่เรียบร้อย.. ว่าผมก็มีงานสอนเป็นแหล่งเป็นหลักแล้ว
 
แต่ก่อนหน้านั้น.. เหมือนว่าเธอจะพูดอะไรไว้สักอย่าง.. "เออ.. แล้วอีกอย่างนะ.."
 
"หือ? อะไรเหรอ?" ผมมองหน้าเธออย่างเอะใจ.. แล้วเธอก็ส่งกระดาษขาวๆ ขนาดคล้ายๆ ผ้ายันต์? มาให้ผม...
 
แต่ว่ามันว่างเปล่า? ไม่ได้เขียนอะไรไว้เลย? แล้ว.. เอามาให้ทำไมละเนีย? "เอ๋!? กระดาษเปล่า??"
 
"นายต้องพกมันติดตัวไว้ด้วยละ.. เมื่อถึงที่นั้นแล้วน่ะ.." แล้ว.. พกไว้ไปเพื่ออะไรกันละ? เธอนี่? ..เริ่มแปลกๆเข้าไปทุกทีแล้วนะ?
 
"..แล้วพกไปเพื่ออะไรละเธอ?" ก็พยายามจะถามให้เข้าใจอยู่หรอกนะ.. แต่เธอก็ตอบปัดไปทุกที..
 
"เถอะน่าๆ~ พกๆไว้ มันไม่หนักหัวใครเค้าหรอกน่า~" ...นั้นไม่ใช่ประเด็นหรอกหล่อน! แต่จะพกไปเพื่อไรกันละ?
 
ผมพยายามจะถามเธออีกครั้ง.. "ฉันขอตัวกลับออฟฟิศก่อนนะ.." เธอก็ดันชิ่งหนีกลับไปที่ทำงานซะงั้นนี่... (แถมทิ้งกาแฟไว้ให้เราจ่ายอีก เฮ้อ~)
 
-----------------------------
 
... ผมนั่งจากสถานีโตเกียว.. ผ่านจังหวัดยามานาชิ.. จนถึงสถานีนางาโนะ.. จุดหมายแรกเพียงไม่กี่ชั่วโมง (รถไฟมันเร็วจริงๆนะเนี่ย)
 
"นางาโนะ~ นางาโนะ~ ...กรุณาตรวจสัมภาระของท่านให้เรียบร้อยด้วย..." พอผมลงจากรถได้สักพัก... ผมพึงนึกขึ้นได้!!.. รถสายไปจังหวัดมินวะ.. มันสายไหนละเนี่ย!?
 
เห็นยัยนั้นมันบอกผมให้ขึ้นจากที่นี้นี่หว่า?... แต่เพื่อความแน่ใจอะนะ.. ผมเลยลองถามกับเจ้าหน้าที่แถวๆนั้นดู "เออ.. ขอถามอะไรหน่อยครับ?"
 
"อ๋อ.. ครับ" ดูท่าทางเค้าน่าจะพึงได้นะ..
 
"เออ.. ไม่ว่า.. รถสายมินวะมันสายไหนหรอครับ?" พอผมถามไปปุบ เค้ายิ้มให้ผมทันที.. (เออ.. รู้สึกแปลกๆแหะ..)
 
"สายนี้แลครับ..." ค่อยโล่งอกไปหน่อย.. ที่อย่างน้อยก็ไม่โดนยัยนั้นหลอกหรือไม่ก็ขึ้นผิดท่า ฮ่าๆ
 
แต่จู่ๆนะ.. เจ้าหน้าที่คนนั้นก็หันถามผมกลับมั่ง.. "คุณพึงเคยไปที่นั้นครั้งนี้.. เป็นครั้งแรกสินะ?" นั้นสินะ.. ผมก็พึงเคยไปนี่แหละคุณเจ้าหน้าที่? แต่ดูเหมือนคุณเจ้าหน้าที่คนนี้จะรู้จักที่นั้นดีแหะ?.. ผมเลยลองถามเค้าดู เผื่อเค้าจะรู้อะไรเกี่ยวกับเมืองน่าสงสัยนี่มั่ง
 
"อ๋อ.. ใช่ครับ... แล้วคุณ.. พอจะรู้อะไรบ้างไหมครับ?.. เกี่ยวกับจังหวัดมินวะน่ะ? อย่างเช่นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อ? หรือไม่ก็ข้าวของประจำเมืองอะไรอย่างเนี่ย?" แค่ถามไปเท่านั้นแหละ.. เค้าถึงกับขำใหญ่เลย (เออ.. ผมถามอะไรผิดไปเหรอ?)
 
"เหอะๆ คุณต้องไปลองสัมผัสดูครับ.. แล้วคุณจะรู้เองแหละครับ.." เหมือนกับที่ยัยนั้นพูดเด๊ะๆเลยแหะ... แล้วจริงๆผมควรจะไปต่อดีไหมเนี่ย? (แต่ก็รับปากยัยนั้นไปแล้วด้วยสิ...)
 
... ผมนั่งรอรถอีกประมาณครึ่งชั่วโมง.. รถสายมินวะอะไรนั้นก็มาถึงชานชาลา.. คนโดยสารที่นั่งมากับรถสายนั้นค่อนข้างน้อยครับจากเท่าที่ผมมอง (มีแค่ห้าหกคนเอง)
 
ผมค่อยๆขึ้นรถอย่างไม่รีบร้อน.. ก่อนผมจะเริ่มมองสำรวจไปทั่วๆเพื่อจะมีที่นั่งที่ดีที่สุด.. (ผมชอบนั่งริมหน้าต่างนะ)
 
แต่ว่าผมรู้สึกอย่างนึงนะ... สายตาของคนในรถน่ะ.. ทำไมถึงจ้องมาที่ผมละเนี่ย? โดยเฉพาะเด็กผู้ชายคนที่คิ้วเข้มๆคนนั้นน่ะ.. จ้องผมไม่กระพริบเลย (ผะ ผมลืมรูดซิปหรือเปล่า?...)
 
... ผมก็ไม่ใส่ใจอะไร(แต่ก็เกร็งๆ).. หาที่นั่งแล้วก็เดินทางต่อไป.. จากสถานีนางาโนะไปผ่านจังหวัดกิฟุ ผ่านช่องเขา? ..รอดอูโมงค์เข้าไปอีก?
 
"มินวะ~ มินวะ~ ...กรุณาตรวจสัมภาระของท่านให้เรียบร้อยด้วย..." เฮ้ย!!? ถึงแล้วหรอเนี่ย? (ไม่กี่นาทีเองนะ? ยังไม่ทันงีบเลย..)
 
ผมลงจากรถมา.. ผมก็ลองมองไปรอบๆไปทั่วดู.. เมืองนี้ก็เจริญอยู่นะ? และก็.. ไม่เห็นจะแปลกอะไรเลยด้วย? (แต่มันก็น่าสงสัยนะ? มันมีจริงๆด้วย?)
 
"เออ.. คุณเป็นมนุษย์สินะครับ?" เด็กผู้ชายคิ้วเข้มที่จ้องผมตอนอยู่บนรถไฟคนนั้นเข้ามาถามผม?
 
"หา?" เออ.. แล้วคุณคิดว่า.. ผมเป็นตัวอะไรละครับเนี่ย?...
 
"ใช่จริงๆด้วยสินะ!! ผม ทัตสึคายะ มิไคดะ ยินดีที่ได้รู้จักครับ!!..."
 
ผมอึ่งมึนไปสักนิด... อ๋อ~ เค้าแค่แนะนำตัวนี่เอง.. ตามมารยาท ผมก็เลยแนะนำกลับ.. "อะ อ๋อครับ.. ผม ฮัตโซริ อิกกิ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ.."
 
"คุณพึงเคยมาสินะครับ.." เค้าเริ่มถามผมก่อน..
 
"อ๋อใช่ครับ.. คุณก็พึงเคยมาเหมือนกันเหรอ?" ดีจัง.. มีเพื่อนร่วมทางพากันหลงแล้วสิ เหอะๆ
 
"เปล่าครับ.. ผมเรียนอยู่ที่นี่ได้สองปีแล้วครับ ตอนนี้ผมก็เรียนอยู่ม.ปลายปีสามแล้วครับ" อ้าว.. เคยมาแล้วหรอ.. แต่ก็ดีเหมือนกันครับเค้าจะได้แนะนำทางให้ผม...
 
"งั้นหรอ.. แสดงว่า.. เธอก็ไม่ได้เป็นคนที่นี้น่ะสิ?.. เป็นคนจากจังหวัดอะไรน่ะ?" ผมฟังที่เด็กคนนี้พูดก็พอจะเดาได้.. (ยังเป็นเด็กนักเรียนอยู่เลย)
 
"อ๋อ.. ผมมาจากไซตามะครับ... คุณคงมาจากโตเกียวสินะ?"
 
อะ!! เก่งแหะ! รู้ว่าผมมาจากเมืองหลวงด้วย.. "ใช่ครับ.. เธอนี่เดาเก่งจังเลยนะ.."
 
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกคร้าบ.. แหะๆ"
 
พอพวกผมสนทนากันไปได้สักพัก.. ก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น.. แต่เสียงนั้นไม่ใช่ของผมนะ (ผมใช้เสียงธรรมดาๆอยู่เลย) "เออ.. ขอเวลาสักครู่นะครับ..." แล้วเค้าก็หลบไปรับโทรศัพท์สักพัก (ผมก็มองไปรอบชานชาลาเรื่อยๆนั้นแหละ)
 
"ที่นี่.. ค่อนข้างเงียบแหะ..." ผมนึกในใจพล้ำมองไปทั่วชานชาลา.. ไม่มีคนเลยหรอ?... (อยู่แค่ผมกับทัตสึคุงเท่านั้นเองนะ?..)
 
"เออ.. ขอโทษนะครับ.. พอดีผมมีธุระต้องไปทำก่อน... ถ้ามีโอกาส.. ไว้เจอกันอีกนะครับ" อ้าวเฮ้ย!! แล้วผมละ? จะไปอย่างไง?
 
สิ้นคำเค้าก็เดินจากผมไป... เฮ้อ~ สงสัยผมต้องพึงตัวเองแล้วสิ..
 
... ผมเดินออกจากสถานีแล้วตรงมาที่ใจกลางของเมือง.. ซึ่งตลอดเส้นทางเป็นแหล่งค้าขายของต่างๆนาๆมากมาย แต่ว่าน่ะ.. คนที่นี่.. ค่อนข้างจะแปลกๆอยู่ครับ.. (บางคนก็สวมหูแมว? มีเทศกาลขายโดจินหรือป่าวนะ?)
 
"อือ... ยูคาริให้เราเดินผ่านมาย่านแถวนี้.. แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆจนถึงถนนสายสี่ ..ก็น่าจะถึงบ้านของเธอแล้วนี่นา? แต่ทำไม... ไม่เห็นเหมือนที่เขียนไว้ในแผนที่เลย..." ผมรู้สึกว่าตัวเอง.. จะหลงทางซะแล้วสิ...
 
แต่ในเมื่อ.. เราหลงทาง สิ่งที่สมควรทำมากที่สุดของคนที่หลงทางก็คือ.. ทำตัวเองให้ใจเย็นเข้าไว้แล้วค่อยๆถามทางจากคนแถวนี้ดู...
 
"อะ เออ ขอโทษนะครับ.. ผมขอถามอะไรหน่อยครับ..." ผมเริ่มจากถามผู้หญิงที่เดินแถวๆนั้นดูก่อน
 
"หือ?..." เธอค่อนข้างสูงครับ ..อาจจะเท่าๆผมเลยก็ได้ เส้นผมของเธอจะหยักศกหน่อยๆละมั่ง(ฟูมาเชียว) การแต่งตัวท่าทางจะเป็นพวกเด็กอาร์ทแน่ๆ... (เสื้อยืดลายเพนท์ทำเอง สวยดีแหะ..)
 
"คือ.. ผมหลงทางน่ะครับ.. คุณ.. พอจะช่วยบอกทางได้ไหมครับ?" ต้องรบกวนเธอสักหน่อยแล้ว..
 
"... เธอพึงเคยมาสินะ.. ได้สิ.. ฉันจะช่วยเธอ" โชคดีแล้วเรา... ผมเอาแผนที่ให้เธอดู สักพักก่อนเธอจะอธิบายเส้นทางให้ผมฟัง
 
"... ไปทางขวาหลังจากทางเดินตรงนี้ไปเรื่อยๆนะ ..พอถึงสามแยกก็เลี้ยวไปที่ขวา ก็จะถึงถนนสายที่สี่"
 
"อา.. ขอบคุณมากครับ" เธอเป็นคนดีจริงๆ ครับ.. น่าชื่นชมจัง.. (หน้าตาก็น่ารักอยู่นะ...)
 
"ไม่เป็นไรๆ... ฉันก็แค่.. ชอบช่วยเหลือมนุษย์หน้าใหม่เท่านั้นเองแหละ..." เอ๋? ..มนุษย์หน้าใหม่? อะไรนะ? เป็นมุขของเธอหรือป่าว? (มุขตลกของที่นี้ก็แปลกดีแหะ?)
 
... หลังจากจบสนทนา.. เธอก็เดินจากไป แต่ก็ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยๆเธอก็บอกเส้นทางให้ผมแล้ว ที่นี้ก็ไม่หลงแล้วละ!!
---- สามสิบนาทีผ่านไป ----
 
"... กลับมาที่เดิม ..." รู้สึกจะแย่ซะแล้วสิ.. เฮ้อ~
 
"คนนั้นอาจจะบอกผิดเส้นก็ได้.. ลองถามอีกคนดูดีกว่า.." แต่ผมก็ไม่ท้อครับ ลองถามใหม่อีกคนนึงดู.. คราวนี้เป็นเด็กผู้หญิงแหะ..
 
"เออ.. หนูครับ.. หนูพอจะรู้จักเส้นทางแถวบ้างนี้ไหมครับ?"
 
"... หือ? ..." เด็กคนนี้รูปร่างหน้าจะเล็กนะครับ ..แต่รู้สึกว่า.. เธอจะใส่ชุดหนาไปหน่อยหรือป่าว? (มันเกือบๆจะเป็นเสื้อสเวตเตอร์หนาๆเลยนะนั้น! แถมสวมหมกแก๊บอีก.. แฟชั่นต่างกับคนเมื่อกี้นี้เลย...)
 
ผมให้เธอดูแผนที่.. สักพักเธอก็นิ่งเงียบอยู่นานเลย.. ก่อนจะตอบกลับผมมาว่า.. "... หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ..."
 
"อ้าว!!... แล้วที่หนูดูแผนที่ไปเมื่อกี้.."
 
"... คือ หนู.. ดูไม่เป็นหรอกค่ะ ..." แล้วจะดูไปเพื่ออะไรละหนูจ๋า~ (เธอพูดได้ไร้อารมณ์มากเลย..) เฮ้อ~ ผมผิดเองอะแหละ..
 
"งั้น.. หนูพอจะรู้อะไรบ้างไหมครับ.." ผมลองถามทางอย่างอื่นดู เพื่อว่าจะเจอป้อมตำรวจก็ได้น่ะ..
 
แล้วเธอก็เงียบ... ตาใสๆของเธอจ้องมาที่ตาของผมอยู่สักพักใหญ่เลย... ก่อนที่เธอจะแฉกยิ้มหน่อยๆ ที่ไม่ค่อยจะเห็นอะนะ แล้วก็บอกกับผมว่า.. "... หนูพอจะรู้จักทางแถวนี้ค่ะ.. ให้เดินตรงไปจากตรงนี้และเลี้ยวซ้ายก็จะเจอป้อมตำรวจค่ะ ..."
 
"อา~ ขอบคุณมากๆนะหนู.." อย่างน้อยเธอก็พอรู้จักทางไปป้อมตำรวจละนะ.. พอหันและกำลังจะเดินไปทางที่เด็กคนนั้นบอก.. เดี๋ยว!! แล้วเด็กคนนั้นรู้ได้ไงว่าเราต้องจะไปป้อมตำรวจน่ะ!!?
 
พอผมหันไปหาเด็กคนนั้น... เธอได้หายไปแล้ว... (หายตัวอย่างกับผีแนะ..)
 
... ผมเดินตามทางที่เด็กคนนั้นบอก.. ก็เจอกับป้อมตำรวจเข้าจริงๆ
 
"ขอโทษคร้าบ~ ขอรบกวนหน่อยคร้าบ~" แต่พอผมเดินเข้าไป... กลับไม่มีใครอยู่ประจำการเลยสักคน? (ไปไหนกันหมดหว่า?)
 
ผมก็นั่งคอยแล้วคอยอีก.. ก็ไม่เห็นมีใครมาประจำการเลย... จนเวลาผ่านไปเย็นมากๆแล้ว แถมตอนนี้ผมก็หิวด้วย.. โอ้ย~ จะทำไงดี?..
 
เออ!! ใช่สิถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรยัยนั้นได้นิ!! ..พอดีมือถือแบตยังเหลือ.. ผมเลยลองโทรไปดู..
 
"บริการฝากหมายเลขโทรกลับ... " เธอดันปิดเครื่องซะนี่... โธ่~ (งานคงยุ่งน่าดู..)
 
... ในเมื่อไม่มีใครมา.. ผมจำใจเดินออกมาจากป้อมแล้วย้อนกลับมาทางเดิม.. กะว่าจะลองย้อนกลับที่จุดเริ่มต้นดูอีกทีเพื่อจะมีคนที่พอช่วยได้มั่ง...
 
-----------------------------
ในเวลายามค่ำคืนตอนนี้.. ก็เป็นเวลาทุ่มครึ่งเห็นจะได้... แต่เดี๋ยว!!?.. ทำไมตูยังเดินไม่ถึงจุดเริ่มต้นซักทีฟะ?
 
ผมคิดอยู่ในใจตลอดเลยนะว่า.. เมืองนี้ มันเริ่มมีแปลกๆมากขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ?... ทั้งเส้นทางเดินที่จริงไม่ควรจะสลับซับซ้อนอย่างนี้นา? แต่ทำไมยิ่งเดินเข้าไปลึกมากเท่าไหร่เส้นทางยิ่งเปลี่ยน? แถมที่ป้อมตำรวจกลับไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่อีก?
 
"อากาศ.. ชักหนาวแหะ..." อากาศที่นี้เย็นมากครับ.. คงเพราะภูเขาที่โอบล้อมเมืองนี้เอาไว้ ทำให้ความกดอากาศต่ำละมั่ง...
 
... ในขณะที่ผมกำลังเดินหาทางกลับไปจุดเริ่ม.. ด้วยความหนาวจัดจนตัวผมสั่นเลยต้องเอามือสองข้างมากอดที่อกเอาไว้ให้มันอุ่น... แต่จู่ๆก็มีเสียงบางสิ่งบางอย่างเหมือนกับรองเท้าหนังที่กระทบกับพื้น กำลังเคลื่อนตัวมาจากต้นซอยมืดๆ ทางซ้ายมือของผมอย่างช้าๆ...
 
ผมหยุดเดินตรงที่มีแสงไฟส่อง.. แล้วเพ่งมองดูอย่างระมัดระวังตัว... ถ้ามันไม่ใช่ผี.. ก็โจรล่ะฟะ!...
 
เสียงของมันค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนว่ากำลังจะเข้าใกล้เข้ามา... ผมยืนมองด้วยความที่ลุ้นระทึกว่า.. สิ่งที่จะออกมาจากซอยมืดๆนั้นจะเป็นอะไร?
 
"หึ!! ..."
 
---- To Be Continue ----

edit @ 22 Nov 2010 14:34:23 by bakaneko